เจาะค่าเทอม 4 สายคณะอินเตอร์ยอดฮิตในไทย!!
“จ่ายค่าเทอมอินเตอร์มาเป็นล้าน จบมัธยมแล้วนึกว่าจะเบาลง… ที่ไหนได้ มหาลัยบางคณะแพงกว่าโรงเรียนเดิมอีกค่ะ!”
ประโยคนี้ คือ ความจริงที่ลงทุนมัมแอบเห็นคุณแม่หลายบ้านเริ่มปาดเหงื่อกัน เมื่อลูกย่างเข้าสู่ช่วง Year 12-13 เพราะความเข้าใจที่ว่าค่าเทอมมหาวิทยาลัยในไทยน่าจะถูกลงกว่าตอนเรียนอินเตอร์มัธยม อาจจะใช้ไม่ได้กับทุกคณะในยุค 2026 นี้แล้วค่ะ
วันนี้ลงทุนมัมอยากชวนมาดูค่าเทอม 4 สายคณะอินเตอร์ยอดฮิตที่เราคัดมาให้เห็นภาพชัดๆ ว่า การลงทุนครั้งสุดท้ายก่อนส่งลูกถึงฝั่งฝัน เราต้องเตรียมงบไว้เท่าไหร่กันแน่

1. สายบริหาร-บัญชี (BBA/Accounting)
ถ้าลูกเลือกมาสายนี้ ลงทุนมัมบอกเลยว่าคุณแม่จะรู้สึกเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก (ทางการเงิน) ไปเปลาะหนึ่งค่ะ เพราะสาย BBA ยอดฮิตอย่าง จุฬาฯ, ธรรมศาสตร์ หรือมหิดลอินเตอร์ (MUIC) ค่าเทอมจะตกอยู่ประมาณ 2 แสนกว่าบาทต่อปี
ลองคำนวณกลมๆ 4 ปี เตรียมงบไว้ประมาณล้านต้นๆน่าจะเพียงพอ ซึ่งตัวเลขนี้ถ้าเทียบกับค่าเทอมโรงเรียนอินเตอร์ที่ค่าเทอมสูงๆ ก็อาจจะแค่ประมาณ 1-2 ปีเท่านั้นเองค่ะ
2. สายวิศวะ-เทคโนโลยี (Engineering/Tech)
พอขยับมาสาย Tech ราคาจะเริ่มมีความซับซ้อนขึ้นค่ะ ถ้าเป็นวิศวะอินเตอร์ (ISE) จุฬาฯ ราคายังเกาะกลุ่มอยู่แถว 2 แสนต่อปี แต่ที่น่าจับตาคือเทรนด์คณะแนว “Innovation” หรือนวัตกรรมบูรณาการอย่าง BAScii (จุฬาฯ) ที่ตอนนี้ฮอตมากในหมู่เด็กอินเตอร์
ค่าเทอม BAScii กระโดดไปอยู่ที่ประมาณปีหนึ่งเกือบ 5 แสนบาท! ราคานี้ถือว่า “เบียด” กับค่าเทอมมัธยมโรงเรียนอินเตอร์หลายแห่งเลยทีเดียวค่ะ
3. สายดีไซน์-สถาปัตย์ (Design/Architecture)
คณะอย่าง INDA หรือ CommDe ของจุฬาฯ เห็นตัวเลขค่าเทอมปีละประมาณเกือบๆ 2 แสน หลายบ้านอาจจะคิดว่าสบายมาก แต่ลงทุนมัมอยากเตือนให้เตรียมงบสำรองไว้ดีๆ ค่ะ
เพราะธรรมชาติของสายดีไซน์ คือ ค่าอุปกรณ์ที่ไม่มีวันจบสิ้น ตั้งแต่คอมพิวเตอร์สเปกตัดต่อเทพๆ, โปรแกรมลิขสิทธิ์, อุปกรณ์ทำโมเดล ไปจนถึงค่าทัศนศึกษาดูงานต่างประเทศที่แทบจะเป็นภาคบังคับในตัว รวมๆ แล้วต่อปีต้องมี 3-4 แสนบาทถึงจะเรียนได้แบบไม่ต้องลุ้นเหนื่อยค่ะ สายนี้คือการลงทุนกับ รสนิยมและฝีมือ ที่ต้นทุนแฝงสูงกว่าที่ตาเห็น
4. สายหมอ-ทันตะ (Medicine/Dental)
และนี่คือที่สุดของความแรงค่ะ สำหรับบ้านไหนที่ลูกมุ่งมั่นจะใส่เสื้อกาวน์ในหลักสูตรอินเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์อินเตอร์ที่ธรรมศาสตร์ (CICM) หรือลาดกระบัง (KMITL) เตรียมใจไว้เลยว่าเรากำลังเข้าสู่การลงทุนระดับมหากาพย์
ค่าเทอมพุ่งไปแตะระดับปีละเกือบ 1 ล้านบาท และต้องจ่ายแบบนี้ต่อเนื่องยาวๆ ไปถึง 6 ปี สรุปยอดรวมจนเรียนจบหมอหรือหมอฟันหนึ่งคน เตรียมเงินไว้เลยค่ะ 6-7 ล้านบาทเป็นอย่างน้อย
การเห็นตัวเลขเหล่านี้ทำให้เราต้องกลับมาตั้งสติค่ะว่า การส่งลูกเรียนอินเตอร์ไม่ใช่แค่การจ่ายค่าเทอมโรงเรียนให้จบไปวันๆ แต่คือ การวิ่งมาราธอนทางการเงิน ที่เราต้องมองยาวไปจนถึงวันที่ลูกรับปริญญาตรี
ลงทุนมัมอยากฝากข้อคิดไว้ว่า อย่าใช้กระสุนจนหมดตั้งแต่มัธยมค่ะ หลายครอบครัวทุ่มสุดตัวกับโรงเรียน Tier 1 จนกระเป๋าแห้ง พอถึงวันที่ลูกสอบติดคณะในฝันที่ค่าเทอมสูงๆ กลับกลายเป็นความกดดันของทั้งบ้าน
ถ้าเทียบกับการส่งไปเรียนต่อต่างประเทศ (UK/US/Australia) ที่ต้องใช้ปีละ 2.5 – 4 ล้านบาท การเรียนมหาลัยอินเตอร์ในไทยยังถือว่าย่อมเยากว่ามาก แต่การเตรียมความพร้อมล่วงหน้า โดยคำนวณ “ค่าเทอมจริง + ค่าใช้จ่ายแฝง” และเผื่อ Tuition Inflation (ค่าเทอมที่ปรับขึ้นทุกปี) ไว้ด้วย คือสิ่งที่จะทำให้แผนการศึกษาของลูกมั่นคงที่สุดค่ะ
บ้านไหนเล็งคณะไหนให้ลูกไว้บ้างคะ? หรือมีคณะไหนที่อยากให้ลงทุนมัมไปเจาะลึกราคาปีล่าสุดมาให้ดูอีก คอมเมนต์แชร์กันไว้ได้นะคะ เดี๋ยวลงทุนมัมไปหาข้อมูลมาให้ค่ะ
=============
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของ ลงทุนมัม ได้ที่
FB: http://www.facebook.com/longtunmom/
Website: https://www.longtunmom.com
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCtmKu2CuSFh8-5UQZORg80Q
