...

ในวันที่ AI ตอบทุกอย่างได้ในเสี้ยววินาที เรายังต้องให้ลูกเรียนพิเศษอีกจริงเหรอ?

เป็นคำถามที่ ลงทุนมัม เชื่อว่าพ่อแม่หลายบ้านในปี 2026 นี้แอบคิดอยู่ในใจ ใช่ไหมคะ

การส่งลูกไปเรียนพิเศษเพื่อนั่งติวจำสูตร หรือหาคำตอบทางลัด อาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไปแล้ว เพราะโจทย์ที่สำคัญกว่าคือ เราจะปั้นลูกยังไง ให้มีทักษะเหนือกว่าสิ่งที่ AI ทำได้?

ลงทุนมัมได้อ่านแนวคิด “Beyond Score” ของ “คุมอง (Kumon)” แล้วรู้สึกว่าน่าสนใจมากค่ะ เพราะในขณะที่โลกยุคใหม่เน้นความเร็วและความสะดวก แต่ที่คุมองกลับเน้นให้เด็กๆ ฝึกทักษะพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอจนกลายเป็นความสามารถที่ติดตัวไปตลอดชีวิต

วันนี้เลยอยากพามาทำความรู้จักกันค่ะ

“คุมอง” มีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่น โดยคุณครูโทรุ คุมอง (Toru Kumon) คุณพ่อที่อยากช่วยลูกชายให้เรียนคณิตศาสตร์ได้ดีขึ้น จึงออกแบบแบบฝึกหัดให้ลูกทำเองวันละ 10-15 นาที ค่อยๆ ปรับระดับความยากขึ้นทีละน้อยแบบเป็นขั้นเป็นตอน ตามความสามารถที่เพิ่มขึ้น ก่อนจบประถม ลูกชายคุณโทรุสามารถทำแคลคูลัสได้แล้วค่ะ

จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ในบ้าน วันนี้คุมองกลายเป็นระบบการศึกษาระดับสากลที่ได้รับการยอมรับมาแล้วกว่า 60 ปี ปัจจุบันมีสาขากระจายอยู่มากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก มีเด็กๆ ทั่วทุกมุมโลกกว่า 4 ล้านคนที่กำลังเรียนในระบบนี้ 

ส่วนในประเทศไทยนั้น คุมองได้เปิดสอนเด็กไทยมานานกว่า 28 ปี และมีศูนย์มากกว่า 490 แห่งทั่วประเทศ เรียกว่าจะอยู่ย่านไหน ก็สามารถเจอคุมองใกล้บ้านได้

หลายๆ บ้านอาจจะเคยได้ยินชื่อ “คุมอง” ในฐานะที่เรียนพิเศษ แต่จริงๆ แล้วเป้าหมายของคุมองนั้นต่างออกไป…ที่เรียนพิเศษทั่วไปเน้นติวเพื่อสอบผ่าน แต่คุมองเน้นให้เด็กเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ และสองเป้าหมายนี้มีวิธีการสอนที่ต่างกันมากเลยค่ะ

คุมองจะสอน 3 วิชา ในทุกวิชาสิ่งที่ฝึกเหมือนกันคือให้เด็กคิดและลองด้วยตัวเองก่อนเสมอ

  1. คณิตศาสตร์ เริ่มตั้งแต่การรู้จักตัวเลขไปจนถึงแคลคูลัส เน้นตรรกะที่แม่นยำ พื้นฐานการคำนวณที่แข็งแกร่ง
  2. ภาษาไทย มากกว่าการอ่านออกเขียนได้ คืออ่านแล้วเข้าใจ สามารถวิเคราะห์ จับใจความสำคัญ และถ่ายทอดความคิดได้ นอกจากนี้ยังฝึกให้เด็กรักการอ่าน 
  3. ภาษาอังกฤษ จะพัฒนาการฟังและการอ่านทำความเข้าใจ เพื่อให้ลูกเข้าถึงแหล่งความรู้ระดับโลกได้เอง

ในแต่ละวิชา เด็กจะได้รับแบบฝึกหัดที่ออกแบบอย่างเป็นขั้นเป็นตอน (Small Steps) ให้ก้าวข้ามความยากทีละนิด โดยมีครูคุมองคอยสังเกตและให้คำแนะนำ ไม่ใช่ยืนสอนหน้าห้องแบบเดิม

3 แกนหลักที่ปั้นลูกให้เป็น Future-Ready

AI อาจจะให้คำตอบเราได้ทันที แต่ไม่สามารถให้ความพยายามและทักษะกับลูกเราได้

ซึ่งทักษะเหล่านี้คุมองแทรกไว้ในทุกๆ แผ่นของแบบฝึกหัดผ่าน 3 แกนหลักนี้ค่ะ

  1. เรียนรู้ด้วยตัวเอง  สิ่งหนึ่งที่เด็กไทยมักจะไปตกม้าตายตอนมัธยมปลายคือ การเรียนรู้ด้วยตัวเอง เพราะเราชินกับการที่มีคนมาป้อนความรู้ให้ แต่เด็กคุมองจะถูกฝึกให้อ่านตัวอย่างแล้วลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง ทุกครั้งที่เด็กเจอโจทย์ที่ไม่รู้คำตอบ แล้วเลือกจะลองดูแทนที่จะรอให้ใครมาบอก มันไม่ใช่แค่ได้คำตอบ แต่คือการสะสมความเชื่อมั่นทีละนิดว่าตัวเองเรียนรู้สิ่งใหม่ได้เอง และจัดการกับสิ่งที่ไม่คุ้นเคยได้ 
  2. เรียนในจังหวะของตัวเอง เด็กสองคนอายุเท่ากันไม่ได้แปลว่ามีความพร้อมเท่ากัน เพราะฉะนั้นก่อนเริ่มเรียน คุมองจะมีการวัดระดับเพื่อหาจุดที่ลูกเราเริ่มต้นเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองอย่างมั่นใจ ลูกจะไม่กลัวการเรียนรู้ และกล้าเดินในจังหวะของตัวเอง ไม่ต้องแข่งกับใคร แนวคิดนี้เรียกว่า Individualized Learning และเป็นสิ่งที่โรงเรียนอินเตอร์หลายแห่งพูดถึงในทางทฤษฎี แต่ด้วยเด็ก 20-30 คนต่อห้องอาจจะทำได้จริงค่อนข้างยาก แต่ที่คุมองสามารถทำได้ เพราะระบบถูกออกแบบมาให้เด็กแต่ละคนเริ่มในระดับของตัวเองตั้งแต่แรก
  3. วินัยที่ติดตัวไปตลอดชีวิตสิ่งที่พาเราไปถึงเป้าหมายได้จริงๆ คือวินัย และการที่ลูกแบ่งเวลามาทำแบบฝึกหัดวันละ 15-30 นาที อย่างสม่ำเสมอ คือการฝึกความรับผิดชอบที่เข้มข้นที่สุดค่ะ

เด็กที่ผ่านกระบวนการแบบนี้มาหลายปี เวลาเจอความยากในชีวิต จะมีสิ่งที่นักจิตวิทยาเรียกว่า Resilience ความสามารถในการลุกขึ้นใหม่โดยไม่รอให้ใครมาบอก ซึ่งนั่นแหละค่ะคือสิ่งที่มหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลกมองหาในเด็ก พอๆ กับคะแนนสอบ

เรื่องที่ลงทุนมัมเพิ่งรู้และรู้สึกว่าดีมากคือ ตอนนี้คุมองมีระบบ KUMON CONNECT ให้เรียนผ่านแท็บเล็ตได้ด้วยค่ะ สำหรับบ้านที่ชีวิตยุ่งหรือเดินทางบ่อย ไม่ต้องกังวลว่าจะขาดช่วง และพ่อแม่สามารถเห็นพัฒนาการของลูกแบบเรียลไทม์ว่าสัปดาห์นี้ลูกไปถึงไหนแล้ว ยังติดตรงไหนบ้าง ไม่ต้องรอสิ้นเทอมแล้วค่อยมารู้ว่าที่ผ่านมาเป็นยังไง

ในวันที่ AI ตอบทุกอย่างได้ในเสี้ยววินาที เรายังต้องให้ลูกเรียนพิเศษอีกจริงเหรอ?

ลงทุนมัมคิดว่านี่สำคัญมากค่ะ เพราะ progress ที่เห็นได้ชัด คือสิ่งที่ทำให้ทั้งเด็กและพ่อแม่รู้ว่ากำลังมาถูกทางไหม ไม่ใช่แค่จ่ายเงินแล้วหวังว่ามันจะดีขึ้นเอง

สำหรับบ้านไหนที่อยากเริ่มปั้นทักษะชีวิตให้ลูกที่นอกเหนือจากแค่ในตำรา 

ลงทุนมัมมองว่าช่วงเปลี่ยนผ่านปีการศึกษาแบบนี้เป็นจังหวะที่เหมาะมาก

และตอนนี้ทางคุมองกำลังมีโปรโมชั่นพิเศษด้วยค่ะ

ในวันที่ AI ตอบทุกอย่างได้ในเสี้ยววินาที เรายังต้องให้ลูกเรียนพิเศษอีกจริงเหรอ?

🎁 ฟรี! ค่าลงทะเบียนแรกเข้า 535 บาท

🗓️ สำหรับรอบเดือนมิถุนายน 2569 (เริ่มวันที่ 21 พฤษภาคม – 20 มิถุนายน 2569 นี้เท่านั้น)

บ้านไหนสนใจ ลองพาลูกไปทดสอบวัดระดับที่ศูนย์ใกล้บ้านดูนะคะ 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.kumonglobal.com/ข่าวสาร/activity-pr/?lang=th  

ลงทุนมัมว่า ในวันที่โลกมี AI มาช่วยคิด สิ่งที่จะทำให้ลูกอยู่รอดและโดดเด่นไม่ใช่แค่ความรู้ในตำรา แต่คือความมั่นใจที่ว่า ไม่ว่าโจทย์ใหม่จะยากแค่ไหน ลูกมีเครื่องมือและวินัยพอที่จะเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองค่ะ

Seraphinite AcceleratorOptimized by Seraphinite Accelerator
Turns on site high speed to be attractive for people and search engines.