เปิดงบเรียนอินเตอร์จุฬาฯ 2026: คณะไหนค่าเทอมเท่าไหร่?
ถ้าพูดถึงมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของไทย ชื่อ “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ย่อมผุดขึ้นมาในหัวเป็นอันดับแรกโดยอัตโนมัติ
จุฬาฯ ครองตำแหน่งอันดับ 1 มหาวิทยาลัยไทยใน QS World University Rankings ติดต่อกันถึง 15 ปี นับตั้งแต่ปี 2009 และยังติดท็อป 50 ของโลกในด้านผลลัพธ์การจ้างงานอีกด้วย
แต่สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้คือ จุฬาฯ มีหลักสูตรนานาชาติที่เปิดสอนเป็นภาษาอังกฤษมากกว่า 100 หลักสูตรในทุกระดับปริญญา แล้วในระดับปริญญาตรีมีคณะไหนบ้าง และต้องเตรียมงบเท่าไรถึงจะเรียนจบ? ลองมาดูกัน
ทำไมต้องเรียน “อินเตอร์” ที่จุฬาฯ?
จุฬาฯ เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยในฝันของคนไทยมาช้านาน และแม้จะเป็นภาคอินเตอร์ การแข่งขันก็ไม่ได้ลดลงเลย เพราะนอกจากนักเรียนไทยที่ตั้งใจสอบเข้าแล้ว นักเรียนต่างชาติที่เรียนอยู่ในไทยก็ให้ความสนใจไม่ต่างกัน
ข้อได้เปรียบสำคัญของการเรียนอินเตอร์ที่จุฬาฯ คือได้ทั้ง แบรนด์มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศ บวกกับทักษะภาษาอังกฤษและมาตรฐานการศึกษาระดับโลก ในค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการไปเรียนต่างประเทศหลายเท่าตัว
หลักสูตรนานาชาติระดับปริญญาตรีที่จุฬาฯ เปิดสอน


1. BBA — คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี BBA ถือเป็นหลักสูตรนานาชาติแรกของจุฬาฯ ที่เปิดและยังเป็นเจ้าของสถิติหลักสูตรนานาชาติที่รับผลคะแนน SAT สูงที่สุดในประเทศไทยติดต่อกันหลายปี หลักสูตรนี้ได้รับรางวัล Triple Crown Accreditation จาก EQUIS, AACSB และ AMBA ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดในโลกด้านบริหารธุรกิจ โดยมีสาขาย่อยให้เลือกได้แก่ การบัญชี, การจัดการธุรกิจดิจิทัล, การวิเคราะห์การเงินและการลงทุน และการจัดการแบรนด์และการตลาด
📌 ค่าเทอม: ประมาณ 219,000 บาท/ปี (ไม่รวม summer)
2. BALAC — คณะอักษรศาสตร์ หลักสูตรที่เปิดโลกทัศน์ด้านภาษา สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และวัฒนธรรมนานาชาติ เหมาะสำหรับคนที่รักภาษาและอยากทำงานในเวทีโลก
📌 ค่าเทอม: ประมาณ 182,000 บาท/ปี
3. ISE — สถาบันวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ISE มีให้เลือกถึง 6 สาขา ได้แก่ วิศวกรรมการออกแบบและการผลิตยานยนต์ (ADME), วิศวกรรมการบิน (AERO), วิศวกรรมโทรคมนาคมและการสื่อสาร (ICE), วิศวกรรมนาโน (NANO), วิศวกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (Robotics & AI) และวิศวกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (SEMI)
📌 ค่าเทอม: ประมาณ 219,000 บาท/ปี (ไม่รวม summer และ training)
4. ChPE — วิศวกรรมเคมีและกระบวนการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติด้านวิศวกรรมเคมีที่เน้นการเรียนรู้เชิงลึก ภายใต้การดูแลของคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ
📌 ค่าเทอม: ประมาณ 219,000 บาท/ปี (ไม่รวม summer และ training)
5. INDA — คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ (การออกแบบและสถาปัตยกรรม) หนึ่งในหลักสูตรที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหลักสูตรการออกแบบที่ดีที่สุดในเอเชีย แม้ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าบางหลักสูตร แต่ก็คุ้มค่ากับชื่อเสียงที่ได้รับ
📌 ค่าเทอม: ประมาณ 191,000 บาท/ปี (ไม่รวม summer)
6. CommDe — คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ (การออกแบบนิเทศศิลป์) หลักสูตรที่เน้นด้านการออกแบบ นิเทศ และศิลปะ โดยใช้เครื่องมือดิจิทัลและโปรแกรมสร้างสรรค์ผลงานในระดับสากล เหมาะกับคนที่ฝันอยากเป็นนักออกแบบมืออาชีพ
📌 ค่าเทอม: ประมาณ 191,000 บาท/ปี (ไม่รวม summer)
7. BCM — คณะนิเทศศาสตร์ (Communication Management) หลักสูตรภายใต้ ISCM คณะนิเทศศาสตร์ มุ่งพัฒนาความรู้ด้านการจัดการสื่อครบทุกรูปแบบ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์
📌 ค่าเทอม: ประมาณ 182,000 บาท/ปี
8. LLBel — คณะนิติศาสตร์ (กฎหมายธุรกิจและเทคโนโลยี) หลักสูตรนิติศาสตร์อินเตอร์ที่เน้นกฎหมายธุรกิจและเทคโนโลยี เตรียมนิสิตให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล ด้วยการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงควบคู่กับหลักกฎหมาย
📌 ค่าเทอม: ประมาณ 292,000 บาท/ปี
9. PGS — คณะรัฐศาสตร์ (Politics and Global Studies) หลักสูตรบูรณาการร่วมกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ โดยนิสิตจะเรียนปี 1 และปี 4 ที่จุฬาฯ ส่วนปีที่ 2–3 สามารถเลือกไปเรียนที่ University of Essex หรือ University of Leeds (อังกฤษ), University of Queensland (ออสเตรเลีย) หรือ Korea University (เกาหลีใต้)
📌 ค่าเทอม: ประมาณ 200,000 บาท/ปี (เฉพาะส่วนที่เรียนที่จุฬาฯ)
10. EBA — คณะเศรษฐศาสตร์ (Economics and Business Analytics) หลักสูตรที่ผสานเศรษฐศาสตร์เข้ากับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจ ตอบโจทย์ยุค Data-Driven Economy ได้อย่างตรงจุด
📌 ค่าเทอม: ประมาณ 210,000 บาท/ปี (ไม่รวม summer)
11. BSAC — คณะวิทยาศาสตร์ (เคมีประยุกต์) หลักสูตรสำหรับผู้ที่อยากต่อยอดในอุตสาหกรรมการผลิต เภสัชกรรม และวัสดุศาสตร์
📌 ค่าเทอม: ประมาณ 191,000 บาท/ปี (ไม่รวม summer)
12. BBTech — คณะวิทยาศาสตร์ (เทคโนโลยีชีวภาพ) หลักสูตรที่เน้นการประยุกต์ใช้ระบบชีวภาพและสิ่งมีชีวิตเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยออกแบบให้ยืดหยุ่นตามความสนใจของผู้เรียนแต่ละคน
📌 ค่าเทอม: ประมาณ 191,000 บาท/ปี
13. JIPP — คณะจิตวิทยา (หลักสูตรร่วมระดับนานาชาติ) หลักสูตรวิทยาศาสตร์จิตวิทยาที่ครอบคลุมพฤติกรรมมนุษย์ กระบวนการทางความคิด และจิตวิทยาในแขนงต่างๆ โดยนิสิตจะเรียนปี 1–2 ที่จุฬาฯ และปี 3 รวมถึงเทอม 1 ของปี 4 ที่ University of Queensland
📌 ค่าเทอม: ประมาณ 193,000 บาท/ปี (สำหรับปีที่เรียนที่จุฬาฯ)
14. CU-MEDI — หลักสูตรแพทยศาสตร์นานาชาติ (MD) หลักสูตรพิเศษที่มีการคัดเลือกเข้มข้นที่สุดและมีค่าใช้จ่ายสูงที่สุดในจุฬาฯ รับเพียงปีละไม่กี่สิบคน ทั้งนี้ เป็นหลักสูตรแบบ Post-baccalaureate คือรับเฉพาะผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีมาแล้วเท่านั้น ดังนั้นผู้ที่มีวุฒิ ม.6 จึงยังไม่สามารถสมัครเข้าเรียนโดยตรงได้
📌 ค่าเทอม: ประมาณ 1,210,000 บาท/ปี
15. BAScii — สถาบันนวัตกรรมบูรณาการ (CSII) BAScii ไม่ได้สังกัดคณะใดคณะหนึ่ง แต่อยู่ภายใต้ Chulalongkorn School of Integrated Innovation โดยเฉพาะ ผู้เรียนจะได้รับทั้งวุฒิศิลปศาสตรบัณฑิตและวิทยาศาสตรบัณฑิตพร้อมกัน เหมาะกับคนที่อยากสร้าง Startup และไม่อยากถูกกรอบการเรียนแบบเดิมๆ มาจำกัด
📌 ค่าเทอม: ประมาณ 442,000 บาท/ปี (ไม่รวม summer)
16. BISTech — คณะวิทยาศาสตร์ (วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหการ) หลักสูตรบูรณาการที่รวม 3 ศาสตร์เข้าด้วยกัน ได้แก่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอุตสาหการ เหมาะกับคนที่อยากนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ในโลกอุตสาหกรรมจริง โดยทุกคนจะได้ฝึกงานในบริษัทจริง 1 ภาคการศึกษาในรูปแบบสหกิจศึกษา
📌 ค่าเทอม: ประมาณ 191,000 บาท/ปี (ไม่รวม summer)
เรียกได้ว่าปัจจุบันนี้ หลักสูตรนานาชาติของจุฬามีให้เลือกเรียนได้ในหลากหลายวิชา และเป็นอีกหนึ่ง University Destination ของเหล่าเด็กที่เรียนอินเตอร์ได้เป็นอย่างดี
อ่านจบแล้ว คณะไหนน่าสนใจ หรือ พ่อแม่คนไหนเคยเรียนคณะไหนมา ฝากมาเล่าให้ฟังกันหน่อยค่า
=============
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของ ลงทุนมัม ได้ที่
FB: http://www.facebook.com/longtunmom/
Website: https://www.longtunmom.com
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCtmKu2CuSFh8-5UQZORg80Q
