7 คณะยอดฮิตในอเมริกา ปี 2025-2026
ลงทุนมัมชวนมาอัปเดตเทรนด์กับ 7 คณะยอดฮิตที่เด็กยุคนี้เลือกเรียนในอเมริกา (ฉบับปี 2025–2026)
การเลือกคณะให้ลูกถือเป็นการตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับคนเป็นพ่อแม่เลยใช่ไหมคะ ยิ่งในยุคที่โลกหมุนไว ตลาดแรงงานเปลี่ยนรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ทักษะที่เคยเป็นที่ต้องการเมื่อ 10 ปีก่อนอาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไปแล้วค่ะ วันนี้ลงทุนมัมเลยไปทำการบ้านมา รวบรวมข้อมูลคณะมาแรงในสหรัฐอเมริกา พร้อมอัปเดตตัวเลขค่าเล่าเรียนและรายได้หลังจบ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สายลงทุนได้เตรียมวางแผนกันยาวๆ ค่ะ!
ภาพรวมค่าเล่าเรียนในอเมริกา
เวลาเห็นตัวเลขค่าเทอมมหาลัยในอเมริกา หลายบ้านอาจจะแอบปาดเหงื่อ ในปีการศึกษา 2025–2026 ค่าเล่าเรียนเฉลี่ยของมหาวิทยาลัยรัฐ (สำหรับเด็กต่างชาติ หรือ Out-of-state) จะอยู่ที่ราวๆ $31,880 ต่อปี ส่วนมหาวิทยาลัยเอกชนจะพุ่งไปถึง $45,000 ต่อปี ถ้ารวมค่ากินอยู่ด้วย อาจจะจบที่ $30,000–$63,000 ต่อปีเลยทีเดียวค่ะ
แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ! อย่าเพิ่งตกใจกับตัวเลขตั้งต้นนะคะ เพราะตัวเลขจ่ายจริงอาจจะไม่ใช่อย่างที่เห็น (เดี๋ยวลงทุนมัมจะเฉลยตอนท้ายค่ะ) มาดูคณะยอดฮิตกันก่อนดีกว่า!
1. บริหารธุรกิจ (Business Administration)
มงลงอันดับ 1 ตลอดกาล เด็กจบปีละเกือบ 4 แสนคน ค่าเล่าเรียนเฉลี่ย $21,683 – $72,270 ต่อปี ต่อปี สายนี้มีวิชาเอกย่อยเยอะมาก ทั้ง Finance, Marketing และ Supply Chain ควรให้ลูกค้นหาตัวเองให้เจอแต่เนิ่นๆ และที่สำคัญคือชื่อมหาวิทยาลัยและคอนเนคชันมีผลต่อการหางานในสายนี้มากๆ ค่ะ
2. วิทยาศาสตร์สุขภาพและพยาบาล (Health Sciences & Nursing)
หลังโควิด ความต้องการพุ่งปรี๊ด ค่าเล่าเรียน BSN 4 ปีอยู่ที่ $21,683 – $73,508 ต่อปี อาชีพมั่นคงและทำงานได้ทั่วโลก แต่ต้องใจสู้เพราะชั่วโมง Clinical เยอะมากค่ะ บ้านไหนอยากให้ลูกเป็นแพทย์ในอเมริกา ต้องวางแผน Pre-med ตั้งแต่ป.ตรีเลยนะคะ
3. วิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science)
สายเทคยังไงก็รอด! ค่าเล่าเรียนเฉลี่ย $21,683 – $72,270 ต่อปี การแข่งขันเข้า Top School เดือดมาก 🔥 ควรให้ลูกเริ่มเขียนโปรแกรมและสะสม Portfolio ตั้งแต่มัธยมปลายเลยค่ะ
4. จิตวิทยา (Psychology)
ฮิตติดลมบนในยุค Mental Health ค่าเล่าเรียน $21,683 –$72,270 ต่อปี ประยุกต์ใช้ได้กว้างกว่าที่คิด ทั้งสาย HR, UX และ Marketing แต่ถ้าอยากเป็นนักจิตวิทยาคลินิกจริงๆ ต้องเตรียมทุนต่อ ป.โท หรือ ป.เอก ด้วยนะคะ
5. วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering)
ผลตอบแทนคุ้มค่าการลงทุนสุดๆ ค่าเล่าเรียน $28,794 –$75,162 ต่อปี สาขาที่มาแรงตอนนี้คือ Electrical, Computer และ Biomedical ปีแรกเรียนหนักมาก ลูกต้องมีพื้นฐานคณิตและฟิสิกส์แน่นปึ้กตั้งแต่มัธยมค่ะ
6. ปัญญาประดิษฐ์และ Data Science (AI & Data Science)
ดาวรุ่งพุ่งทะลุอวกาศ! ค่าเล่าเรียนใกล้เคียง CS ที่ราวๆ $28,794-$72,270 ต่อปี ตลาดงานโตเร็วที่สุด คาดว่าจะเติบโตถึง 34% ในทศวรรษหน้า ต้องเช็กหลักสูตรให้ชัวร์ก่อนสมัครเพราะบางมหาวิทยาลัยยังรวมอยู่ใน CS อยู่ค่ะ เหมาะกับลูกสายคำนวณโดยเฉพาะ
7. สังคมศาสตร์ (Social Sciences)
เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ค่าเล่าเรียนเฉลี่ย $21,683 – $75,162 ต่อปีเหมาะกับเด็กที่อยากทำงานองค์กรระดับโลกหรือสายวิจัย ถ้าเข้า Top U ได้อย่าง Harvard หรือ Columbia คือใบเบิกทางชั้นดีสู่สาย Consulting หรือ Finance เลยค่ะ แต่ต้องวางแผน Internship ให้โปรไฟล์แน่นด้วยนะคะ

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายบ้านอาจจะเริ่มกังวลเรื่อง “งบประมาณ” แต่ลงทุนมัมอยากให้มองแบบนี้ค่ะ…
การส่งลูกเรียนอเมริกาไม่ใช่แค่การซื้อ “ใบปริญญา” แต่มันคือการซื้อ “โอกาสและทักษะ” ที่หาจากที่อื่นไม่ได้
และเคล็ดลับที่ลงทุนมัมติดค้างไว้ตอนต้นคือ… “Financial Aid & Scholarship” ค่ะ มหาวิทยาลัยในอเมริกาหลายแห่งมีทุนให้เด็กต่างชาติเยอะมาก บางบ้านลูกโปรไฟล์ดีมาก จ่ายจริงถูกกว่าเรียนอินเตอร์ในไทยเสียอีก!
ดังนั้น โจทย์ใหญ่ของพ่อแม่ไม่ใช่แค่ “มีเงินเท่าไหร่” แต่คือ “เราเริ่มวางแผนให้ลูกเร็วแค่ไหน” ต่างหากค่ะ
ถ้าวันนี้ลูกเดินมาบอกว่า “หนูอยากไปเรียนต่ออเมริกา” ประโยคแรกที่คุณจะถามลูกคืออะไร?
- “ลูกอยากเรียนคณะอะไร?”
- “ลูกพร้อมจะสู้กับการแข่งขันที่นั่นไหม?”
- “รอแม่เช็คงบแป๊บนะลูก!” (อันนี้ลงทุนมัมเป็นบ่อยค่ะ)
ลองคอมเมนต์มาแชร์มุมมองกันนะคะ หรือบ้านไหนกำลังเล็งคณะไหนไว้เป็นพิเศษ ทักมาถามรายละเอียดเจาะลึกแต่ละมหาลัยกับลงทุนมัมได้เลยค่ะ
=============
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของ ลงทุนมัม ได้ที่
FB: http://www.facebook.com/longtunmom/
Website: https://www.longtunmom.com
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCtmKu2CuSFh8-5UQZORg80Q
