ลูกดูจอเยอะ = คะแนนตก

ลูกดูจอเยอะ = คะแนนตก
ลูกดูจอเยอะ = คะแนนตก

เรื่องจริงหรือแค่เชื่อกันมา?

หลายบ้านคงเจอภาพแบบนี้ ลูกใช้จอตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ไปโรงเรียนใช้ iPad ทำงาน กลับบ้านเปิดคอมทำการบ้าน แล้วก่อนนอนยังขอดู YouTube อีก เราก็เคยได้ยินคำเตือนว่า “ดูจอเยอะ เดี๋ยวคะแนนตก” แต่จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องจริงหรือแค่เชื่อกันมา? วันนี้แม่เฟิร์นเจองานวิจัยจากแคนาดา เลยอยากมาเล่าให้ฟังค่ะ

📊ทีมนักวิจัยจาก SickKids โตรอนโต ร่วมกับหน่วยงานสอบมาตรฐาน EQAO ติดตามเด็กกว่า 3,300 คนในเกรด 3 และกว่า 2,000 คนในเกรด 6 ตั้งแต่เด็กยังเล็กอยู่

วิธีการศึกษาคือ ดูว่าตอนเด็กอายุ 5 ขวบครึ่ง (กลุ่มเกรด 3) และ 7 ขวบครึ่ง (กลุ่มเกรด 6) พ่อแม่รายงานว่าลูกใช้เวลาอยู่หน้าจอประมาณกี่ชั่วโมงต่อวัน แล้วเอาเวลาหน้าจอนี้ไปเทียบกับคะแนนสอบมาตรฐานวิชาอ่านและคณิตศาสตร์ตอนเด็กโตขึ้นมาถึงช่วงประเมิน

ผลวิจัยออกมาชัดว่ายิ่งใช้จอมากในวัยก่อน 8 ปี ยิ่งมีแนวโน้มคะแนนอ่านและคณิตต่ำลง

เข้าใจง่ายๆ คือ ทุกๆ 1 ชั่วโมงต่อวันที่เพิ่มขึ้น โอกาสได้คะแนนสูงลดลง 9-10% ทั้งในวิชาอ่านและคณิต (ส่วนวิชาเขียนยังไม่เห็นผลชัดเจน)

อีกประเด็นน่าสนใจคือ เด็กผู้หญิงที่เล่นวิดีโอเกมเยอะ มีแนวโน้มคะแนนอ่าน-คณิตต่ำกว่าเด็กผู้ชายในช่วงเกรด 3 แต่ทีมวิจัยยังต้องมีการศึกษาต่อเพิ่มเติมว่าจริงๆ แล้วเกิดเพราะสาเหตุใด

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาความสัมพันธ์ ไม่ได้บอกว่า เพราะจอ เลยคะแนนตก แต่พอรวมกับงานวิจัยอื่นๆ ก็ชี้ไปทางเดียวกันว่า วัยอนุบาลถึงประถมต้น ถ้าเราให้จอเข้ามาแย่งเวลานอน เวลาอ่านเล่น และเวลาออกไปขยับตัวมากเกินไป มันมีแนวโน้มกระทบพัฒนาการหลายด้านในระยะยาว

⏰ หลายองค์กรด้านสุขภาพแนะนำว่า จอเพื่อความบันเทิงสำหรับเด็กวัยประถมไม่ควรเกิน 1-2 ชั่วโมงต่อวัน นี่ยังไม่นับจอที่ใช้เพื่อเรียนนะคะ

เพราะในโรงเรียนยุคนี้ จอกลายเป็นเครื่องมือเรียนรู้ มี iPad แบบ 1:1 การบ้านส่งออนไลน์ โปรเจกต์ต้องค้นข้อมูล ทำสไลด์ ทำวิดีโอ

ถึงแม้การใช้จอเพื่อเรียน เด็กได้ใช้สมองคิด วิเคราะห์ สร้างผลงาน มีเป้าหมายชัดเจน ต่างจากจอเล่นที่มักเป็นดูคลิปไหลไปเรื่อยๆ เล่นเกมยาวๆ โดยไม่ได้ใช้สมองมากนัก

💡 ในงานวิจัยนั้น นับเวลาจอรวม ไม่ได้แยกว่าอันไหนเพื่อเรียน อันไหนเพื่อเล่น แปลว่าถ้าลูกต้องใช้จอในโรงเรียนอยู่แล้ว โควต้าเวลาจอบางส่วนถูกใช้ไปโดยอัตโนมัติ ถ้ากลับมาบ้านเรายังปล่อยให้ดู YouTube เล่นเกม เลื่อนโซเชียลแบบไม่คุม เวลาจอรวมต่อวันก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆ แบบเงียบๆ

ตรงนี้แหละที่เราต้องช่วยลูกบริหาร “เวลาจอที่บ้าน” ให้ดี

1. ตั้งเวลา “จอเล่น” ต่อวัน คำแนะนำทั่วไปคือ จอเพื่อความบันเทิงไม่ควรเกิน 1-2 ชั่วโมงต่อวัน แต่แม่เฟิร์นอยากให้มองภาพรวมมากกว่า วันนี้โรงเรียนใช้จอเยอะไหม? ลูกยังมีเวลานอนพอไหม? ยังมีเวลาอ่านหนังสือ ออกกำลังกาย และมีสังคมกับคนอื่นๆไหม?

2. สร้างโซนไม่ใช้จอในบ้าน โต๊ะกินข้าวไม่มีจอ (ทั้งพ่อแม่และลูก) ก่อนนอน 1-1.5 ชั่วโมง ปิดทุกจอ และห้องนอนไม่เอาจอเข้าไป

3. เปลี่ยนบางช่วงเป็นจอที่ดูด้วยกัน แทนที่จะปล่อยให้ลูกดูคนเดียว ลองนั่งดูด้วยกันบ้าง ให้เป็นเวลาที่ครอบครัวได้คุยกันมากขึ้น

4. เตรียมทางเลือกไม่ใช้จอให้เข้าถึงง่าย เช่น มุมหนังสือที่น่านั่ง บอร์ดเกมง่ายๆ หรือกิจกรรมขยับตัวเล็กๆ ลูกจะได้มีโอกาสเลือกอย่างอื่นนอกจากจอ

พ่อแม่ คือ คนที่จะช่วยจัดสมดุลเวลาจอให้ลูก 

ให้โรงเรียนใช้จอเพื่อเรียนรู้ ส่วนบ้านเติมสิ่งที่จอให้ไม่ได้ นั่นคือเวลานอนที่ดี เวลาอ่านหนังสือ เวลาขยับตัว และเวลาคุยกัน

เพราะเป้าหมายของเราไม่ใช่เลี้ยงเด็กที่ไม่มีจอเลยในชีวิต แต่คือการเลี้ยงเด็กที่อยู่กับจอเป็น รู้จักดูแลตัวเองท่ามกลางจอได้ค่ะ

=============

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของ ลงทุนมัม ได้ที่

FB: http://www.facebook.com/longtunmom/

Website: https://www.longtunmom.com

Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCtmKu2CuSFh8-5UQZORg80Q