อยากย้ายไปเรียนอินเตอร์ ต้องเจออะไรบ้าง?

อยากย้ายไปเรียนอินเตอร์ ต้องเจออะไรบ้าง
อยากย้ายไปเรียนอินเตอร์ ต้องเจออะไรบ้าง

“ลูกเรียนโรงเรียนไทยมาตลอด ถ้าจะย้ายไปอินเตอร์ตอนนี้ จะทันไหม?”

นี่คืออีกคำถามยอดฮิตในช่วงปีนี้เลยค่ะ บางบ้านย้ายเพราะย้ายบ้าน บางบ้านมองยาวไปถึงมหาลัยในต่างประเทศ บางบ้านไม่มั่นใจระบบเดิม แล้วเริ่มตั้งคำถามว่า “ถ้าอยากให้ลูกไปต่อในต่างประเทศ เราควรให้ลูกเรียนอินเตอร์ดีไหม” 

การย้ายลูกจากโรงเรียนไทยไปอินเตอร์ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนภาษา หรือบรรยากาศ แต่สำหรับลูก อาจเหมือนการย้ายไปโลกใหม่เลย…ทั้งเปลี่ยนครู เปลี่ยนเพื่อน เปลี่ยนวิธีเรียน เปลี่ยนวิธีใช้ชีวิตในแต่ละวันไปหมด

บ้านไหนที่กำลังคิดว่าจะย้ายมาเรียนโรงเรียนอินเตอร์ แม่เพ็ญจะมาแชร์เรื่องที่พ่อแม่อาจจะไม่คาดคิดมาก่อน  มาดูกันว่าว่าถ้าเราจะลงทุนย้ายระบบการเรียนให้ลูก มีอะไรที่เปลี่ยนบ้าง แล้วคุ้มไหม

🧠 วิธีสอนต่างกันมาก 

อย่างแรกเลยที่แม่เพ็ญรู้สึกชัดมากๆ คือเรื่อง “วิธีสอน” ระบบไทยที่เราเคยชินกัน ก็จะประมาณท่องสูตร ท่องเนื้อหา ทำแบบฝึกหัด ทำข้อสอบ เก็บคะแนน ใครจำได้เยอะ ได้คะแนนดี ก็จบคาบเรียนไป 

แต่พอเข้าไปดูห้องเรียนอินเตอร์ ครูไม่ค่อยยืนบรรยายยาวๆ เท่าไหร่ค่ะ เขาจะโยนคำถามให้เด็กคิดมากกว่า เช่น วิชาประวัติศาสตร์ แทนที่จะถามว่า “เหตุการณ์นี้เกิดปีไหน?” เขาจะถามประมาณว่า “ถ้าอยู่ในยุคนั้น จะเลือกทำแบบเดียวกับผู้นำในตอนนั้นไหม? ทำไม?” 

คือเขาไม่ได้ต้องการคำตอบที่ถูกข้อเดียว เขาต้องการกระบวนการคิดของลูกเรามากกว่า เด็กต้องอธิบาย ต้องเชื่อมโยงเหตุผล 

🗣️ ภาษาอังกฤษไม่ใช่แค่พูดได้ แต่ต้องคิดเป็นด้วย 

แน่นอนว่า อินเตอร์ = ภาษาอังกฤษเป็นหลัก แต่สิ่งที่แม่เพ็ญเห็นว่าต่าง คือไม่ใช่แค่ “พูดอังกฤษได้” แต่คือ “คิดเป็นอังกฤษได้” ด้วย 

เด็กต้องกล้ายกมือถาม กล้าพูดว่าไม่เข้าใจ กล้าแสดงความเห็นที่ต่างจากเพื่อน (หรือแม้แต่ต่างจากครู) แล้วก็ต้องอธิบายได้ว่าทำไมคิดแบบนั้น 

ซึ่งสำหรับเด็กที่มาจากระบบไทย ที่เคยชินกับการนั่งเงียบ ฟังครู ไม่อยากตอบผิด กลัวโดนทักว่า “ทำไมไม่รู้เรื่อง” ช่วงแรกคือปรับตัวหนักหน่อย ทั้งเด็กทั้งแม่

📝 การบ้านและการสอบไม่เหมือนเดิม 

ระบบไทยที่เราเคยเห็นกัน การบ้านกองเป็นตั้ง ทำเสร็จส่ง ครูเช็คๆ แล้วก็รอสอบกลางเทอม ปลายเทอม วัดกันทีเดียว แต่โรงเรียนอินเตอร์จะมีอะไรที่เรียกว่า Project-based Learning โผล่มาบ่อยมาก 

ลูกต้องทำโครงงาน ค้นคว้าข้อมูล ทำงานกลุ่ม หาวิธีเล่าเรื่องของตัวเอง อาจจะจบด้วยการทำพรีเซนต์หน้าห้อง ทำโปสเตอร์ ทำคลิปก็ได้ ไม่ได้มีแค่ข้อสอบกระดาษอย่างเดียว 

ซึ่งสิ่งที่ลูกได้มันเลยไม่ใช่แค่เนื้อหาในบทนั้น แต่ได้เรื่องการจัดการเวลา การคุยกับเพื่อน การแบ่งงานกันทำ และการยอมรับว่าคนอื่นอาจคิดไม่เหมือนเรา แต่เราต้องทำงานด้วยกันให้จบ

🌍เพื่อนมาจากหลายประเทศ 

ห้องเรียนอินเตอร์ส่วนใหญ่จะมีความหลากหลายสูงมาก เพื่อนมาจากหลายประเทศ เด็กเรียนรู้ที่จะเคารพความต่างตั้งแต่เล็กๆ กินไม่เหมือน พูดไม่เหมือน มุมมองเรื่องบางอย่างก็ไม่เหมือน เด็กจะเริ่มมีคำถาม และเรียนรู้ที่จะเปิดใจ ซึ่งมันคือการเตรียมตัวลูกให้พร้อมอยู่ในโลกที่มีความหลากหลาย

 👨‍🏫ครูเป็นโค้ช ไม่ใช่แค่คนสอน

ในระบบไทย ครูส่วนใหญ่จะเป็น “ผู้บอก” คือรู้ทุกอย่างและถ่ายทอดให้เด็ก ส่วนเด็กมีหน้าที่รับฟัง จด และจำไปใช้สอบ แต่ในระบบอินเตอร์ ครูจะเป็นเหมือน “โค้ช” หรือ “ผู้นำทาง” มากกว่า 

ครูถามเยอะกว่าตอบเยอะ เด็กต้องเป็นคนลองคิด ลองค้นข้อมูล ลองดีเบตกันเอง แล้วค่อยสรุปร่วมกับครู ครูจะไม่ค่อยให้คำตอบสำเร็จรูป แต่จะช่วยเด็ก “หาคำตอบด้วยตัวเอง” ซึ่งสำหรับโลกที่อนาคตคำตอบบางอย่างยังไม่มีใครรู้ แม่เพ็ญรู้สึกว่าทักษะแบบนี้มีค่ามาก

การย้ายจากโรงเรียนไทยไปอินเตอร์ ไม่ใช่ดีหรือแย่กว่าแบบขาวดำ แต่มันคือการเปลี่ยนแนวคิดการเรียนรู้” ทั้งกระบวนการ ช่วงแรกๆ เด็กอาจเหนื่อยหน่อย ต้องปรับตัวทั้งภาษา ทั้งวิธีคิด วิธีเรียน พ่อแม่เองก็ต้องปรับมุมมองเหมือนกัน 

แต่ถ้าถามว่า ในฐานะแม่ที่มองเรื่องการศึกษาเป็นการลงทุน แม่เพ็ญรู้สึกว่า สิ่งที่ลูกได้กลับมาชัดๆ คือ กล้าคิด กล้าพูด กล้าถาม และกล้าคิดไม่เหมือนคนอื่นแบบมีเหตุผล รวมถึงความมั่นใจในตัวเองที่ค่อยๆ โตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งพวกนี้มันไม่ได้หมดอายุที่ตอนจบ ม.6 หรือจบมหาลัย แต่มันติดตัวลูกไปใช้ทำงาน ใช้ชีวิตในโลกจริง ต่อให้อนาคตอาชีพจะเปลี่ยนไปกี่รอบก็ตาม

เพราะงั้น ถ้าใครกำลังคิดเรื่องย้ายระบบอยู่ ลองถามตัวเองว่า เราอยากให้ลูก “เรียนแบบไหน คิดแบบไหน ใช้ชีวิตแบบไหน” แล้วค่อยดูว่าระบบไหนตอบโจทย์ครอบครัวเรามากกว่ากัน ส่วนเรื่อง “คุ้มค่าไหมในมุมตัวเลขและการลงทุน” อันนี้สายนับเลขอย่างลงทุนมัม ไว้แม่เพ็ญขอแยกมาตั้งอีก EP เม้าท์กันยาวๆ ได้เลยค่ะ

=============

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของ ลงทุนมัม ได้ที่

FB: http://www.facebook.com/longtunmom/

Website: https://www.longtunmom.com

Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCtmKu2CuSFh8-5UQZORg80Q