สวีเดนประกาศ “แบนมือถือในโรงเรียนทั้งประเทศ” แล้ว โรงเรียนในไทย หละ?

ตอนนี้มีข่าวว่าที่ประเทศสวีเดนประกาศว่าจะห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในโรงเรียนทุกแห่งทั่วประเทศตั้งแต่เทอมฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 ไม่ใช่แค่ตอนเรียน แต่ครอบคลุมทั้งเวลาพักและกิจกรรมหลังเลิกเรียน นักเรียนต้องส่งโทรศัพท์ให้โรงเรียนเก็บตั้งแต่เช้าและมารับคืนตอนเลิกเรียน
เหตุผลหลักคืออยากลดสิ่งรบกวน เพิ่มสมาธิ และดึงการปฏิสัมพันธ์แบบตัวต่อตัวกลับมาสู่โรงเรียน นโยบายนี้ไม่ได้มาเดี่ยวๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปทั้งระบบ ทั้งการปรับหลักสูตร ระบบประเมิน ไปจนถึงการพัฒนาครู แถมรัฐยังลงงบเพื่อช่วยโรงเรียนจัดระบบเก็บโทรศัพท์ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศด้วย รายละเอียดต้นทางอ่านต่อได้ที่ The Guardian นะคะ The Guardian
พออ่านจบ แม่เฟิร์นเชื่อว่าหลายบ้านคงคิดเหมือนกันว่า แล้วโรงเรียนของลูกเราในไทย โดยเฉพาะสายอินเตอร์ มีกฎอย่างไร? ใช้มือถือได้ไหม?
ประสบการณ์ของแม่เฟิร์นกับโรงเรียนของลูกในระดับประถมค่อนข้างชัดเจน คือ โรงเรียนอนุญาตให้พกโทรศัพท์ได้เฉพาะแบบที่ไม่ใช่สมาร์ตโฟน เหมือนเป็นฟีเจอร์โฟนไว้ติดต่อฉุกเฉินมากกว่า และย้ำชัดว่าไม่อนุญาตให้ใช้ในเวลาเรียน แม้แต่ช่วงพักก็ไม่ควรหยิบมาเล่น เด็กบางห้องต้องฝากเก็บรวมในถาดตั้งแต่เช้าแล้วค่อยรับตอนกลับบ้าน ถ้ามีฝ่าฝืน ครูจะตักเตือนและติดต่อผู้ปกครองทันที ส่วนโรงเรียนอินเตอร์อื่นๆ ที่แม่เฟิร์นคุยด้วย แนวโน้มก็คล้ายกันนะคะ ระดับประถมมัก “งดใช้” แทบทั้งหมด ยกเว้นกรณีจำเป็นจริงๆ พอขึ้นมัธยมก็ค่อยๆ ผ่อน ใช้ตามที่ครูกำหนดเพื่อการเรียน เช่น ค้นคว้า ส่งงาน หรือถ่ายงาน แต่ยังมีพื้นที่และช่วงเวลาที่เป็น no phone เพื่อรักษาสมาธิและมารยาทสังคมในโรงเรียน
เรื่องมือถือในโรงเรียนเป็นประเด็นที่คุยกันไม่มีจบ เพราะมันมีทั้งด้านที่ช่วยและด้านที่รบกวน ฝั่งที่สนับสนุนกฎเข้มมักย้ำว่าโดยเฉพาะในวัยประถม สมาธิยังไม่เสถียร การตัดสิ่งรบกวนอย่างสมาร์ตโฟนออกไปช่วยได้มาก ลดความเสี่ยงจากโซเชียลที่เร็วเกินวัย ลดโอกาสเจอไซเบอร์บูลลี่ ขณะที่อีกฝั่งก็ชวนให้คิดว่าในโลกจริงทักษะดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ การสอนให้ “ใช้เป็น” และ “รับผิดชอบ” อาจยั่งยืนกว่าแบนทั้งหมด
ส่วนตัวแม่เฟิร์นเองคิดว่าที่เวิร์กคือ ระดับประถมไม่เอาสมาร์ตโฟนเข้าโรงเรียนเลย แต่ให้เด็กใช้เทคโนโลยีที่โรงเรียนจัดเตรียมภายใต้การดูแลของครู เช่น แท็บเล็ตหรือแล็ปท็อปที่ตั้งค่าไว้เพื่อการเรียนล้วนๆ พอเข้าสู่มัธยมค่อยเพิ่มอิสระ พร้อมข้อตกลงในบ้านเรื่องเวลาใช้ หน้าที่ และมารยาทออนไลน์ คุยกันตรงๆ และทบทวนเป็นระยะ จะช่วยให้กติกาอยู่ได้จริงในชีวิตประจำวัน
มองกลับไปที่สวีเดน การตัดสินใจแบนระดับชาติทำให้ทุกโรงเรียนเดินไปทิศทางเดียวกัน เด็กได้พื้นที่ปลอดสิ่งรบกวน ขณะที่ไทย โดยเฉพาะโรงเรียนอินเตอร์ เลือกกำกับการใช้ตามช่วงวัยและบริบทของโรงเรียนมากกว่า จุดร่วมที่แม่เพ็ญเห็นเหมือนกันทั่วโลกคือเป้าหมายเดียวกัน เราอยากให้เด็กมีสมาธิ เรียนอย่างมีความสุข และใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ
ถ้าคุณพ่อคุณแม่มีประสบการณ์ของโรงเรียนลูกที่ต่างไป เช่น โรงเรียนที่ห้ามหรืออนุญาตอย่างไรในแต่ละช่วงชั้น หรือมีวิธีทำ “สัญญาใช้มือถือ” ในบ้านที่ได้ผล ลองมาเล่าให้แม่เฟิร์นฟังกันนะคะ จะได้รวบรวมเป็นไกด์สำหรับครอบครัวสายอินเตอร์ในไทยด้วยกันอีกรอบค่ะ
=============
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของ ลงทุนมัม ได้ที่
FB: http://www.facebook.com/longtunmom/
Website: https://www.longtunmom.com
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCtmKu2CuSFh8-5UQZORg80Q
