
ภาพรวมโรงเรียน
บ้านไหนอยากให้ลูกเรียนอย่างมีความสุข ได้ค้นหาว่าตัวเองชอบอะไร พร้อมกับมีพื้นฐานวิชาการและภาษาที่ดี ลงทุนมัมมีอีกหนึ่งโรงเรียนมาเล่าให้ฟังค่ะ นั่นคือ LSP School (Learn Satit Pattana) หรือโรงเรียนเลิร์นสาธิตพัฒนา
LSP ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 40 ไร่ ย่านคลองสามวา ใกล้ Safari World บรรยากาศกว้างขวาง มีต้นไม้ร่มรื่น และมีพื้นที่ให้เด็ก ๆ ได้วิ่งเล่นและเรียนรู้ เปิดสอนตั้งแต่เตรียมอนุบาลจนถึง ม.6
โรงเรียนก่อตั้งในปี พ.ศ. 2550 ในชื่อโรงเรียนสาธิตพัฒนา ก่อนที่บริษัท LEARN Corporation จะเข้ามาบริหารในปี พ.ศ. 2563 หลายบ้านอาจคุ้นกับชื่อ OnDemand, Ignite หรือแอป TCASter ซึ่งทั้งหมดอยู่ในเครือ LEARN นั่นเอง การเข้ามาของ LEARN ทำให้โรงเรียนได้นำทั้งเทคโนโลยีและระบบแนะแนวการเรียนต่อมาใช้ในการดูแลนักเรียน โดยมีทีมผู้บริหาร นำโดยคุณเศรษฐพล ไกรคุณาศัย ที่ดูแลภาพรวมและฝ่ายมัธยม ร่วมกับ ดร.กาญจน์วรินทร์ ผลอนันต์ ผู้อำนวยการฝ่ายอนุบาลและประถม ซึ่งมีประสบการณ์บริหารโรงเรียนนานาชาติมาแล้ว 21 ปีค่ะ
คุณพ่อคุณแม่หลายท่านมักจะกังวลใจเรื่องการเลือกระหว่างหลักสูตรไทยกับอินเตอร์ หลายบ้านมีเรื่องให้คิด ทั้งลูกจะเรียนตามทันไหม ภาษาอังกฤษจะได้แค่ไหน และจะยังมีพื้นฐานภาษาไทยที่ดีหรือเปล่า LSP จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าทำความรู้จัก เพราะให้ความสำคัญกับทั้งวิชาการ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย พร้อมวางเส้นทางการเรียนให้เหมาะกับเด็กแต่ละคน
จุดเด่นของโรงเรียน
จุดเด่นของ LSP คือ การมองว่าเด็กแต่ละคนมีความชอบ ความถนัด และเป้าหมายต่างกัน โรงเรียนจึงใช้แนวคิด Personalised Education และ Individual Learning Pathway หรือการจัดการเรียนรู้และวางเส้นทางการเรียนให้เหมาะกับแต่ละคน
เริ่มจากให้เด็ก ๆ สำรวจตัวเองผ่านกระบวนการ Self-Discovery เพื่อค้นหาว่าชอบอะไรและถนัดด้านไหน แล้วนำสิ่งที่ค้นพบมาวางแผนพัฒนารายบุคคล (Individual Development Plan – IDP) ให้เห็นเป้าหมายและรู้ว่าควรเตรียมตัวอย่างไรต่อไป
อีกจุดเด่นคือการแนะแนวและเตรียมเข้ามหาวิทยาลัยจากเครือ LEARN Corporation มีทีมจาก TCASter และ EduSmith ช่วยวางแผนเรียนต่อทั้งในไทยและต่างประเทศ พร้อมคอร์สเตรียมสอบจาก OnDemand และ Ignite ซึ่งรวมอยู่ในค่าเทอมแล้ว
สำหรับเด็กที่วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ ยังมีโปรแกรม Dual Diploma ที่ร่วมกับ Washington Academy สหรัฐอเมริกาให้เลือกด้วย ส่วนผลลัพธ์ที่ผ่านมา เว็บไซต์โรงเรียนระบุว่านักเรียน 91.29% ได้เข้ามหาวิทยาลัยที่ตั้งใจไว้ และได้รับข้อเสนอตอบรับเข้าเรียนรวม 478 offers จาก 12 ประเทศค่ะ


หลักสูตรการเรียนการสอน
LSP มี 2 โปรแกรมหลักให้เลือกตามพื้นฐานและเป้าหมายการเรียนต่อของลูก
โปรแกรมแรกคือ Signature Programme (SP) เน้นพื้นฐานวิชาการตามหลักสูตรไทย พร้อมเสริมภาษาอังกฤษและความรู้จากต่างประเทศ เพื่อให้เด็ก ๆ มีทางเลือกเรียนต่อได้ทั้งมหาวิทยาลัยในไทยและต่างประเทศ
อีกโปรแกรมคือ International Signature Programme (ISP) สำหรับเด็กที่ต้องการเรียนเป็นภาษาอังกฤษและเรียนรู้ในบริบทสากลมากขึ้น เหมาะกับเด็กที่มีพื้นฐานการเรียนแบบนานาชาติ เด็กที่ย้ายมาจากโรงเรียนนานาชาติ หรือเด็กไทยที่ตั้งใจไปเรียนต่อต่างประเทศ โดยยังให้ความสำคัญกับภาษาไทยและความเข้าใจในวัฒนธรรมไทยควบคู่กันไปค่ะ
ส่วนการเรียนในแต่ละช่วงชั้น โรงเรียนได้ออกแบบหลักสูตรให้ต่อเนื่องกันโดย
ระดับอนุบาล (Early Years / Kindergarten)
ใช้หลักสูตรต้นแบบจากฟินแลนด์ HEI Schools Teacher Toolkit เน้นการเรียนรู้ผ่านการเล่น (Play-based Learning) ร่วมกับแนวคิด 4P ได้แก่ Projects, Passion, Peers และ Play เด็ก ๆ จะได้ทำโครงงาน เรียนรู้จากสิ่งที่สนใจ ทำกิจกรรมกับเพื่อน และเล่นไปพร้อมกัน
ห้องเรียนเป็นสองภาษาแบบ Co-Teaching มีครูไทยและครูเจ้าของภาษาอังกฤษสอนร่วมกัน หนึ่งห้องมีนักเรียน 25 คนต่อครู 3 คน เด็ก ๆ จึงได้คุ้นเคยกับการใช้ทั้งสองภาษา โดยมีครูดูแลอย่างใกล้ชิดค่ะ

ระดับประถมศึกษา (Primary / Elementary)
เรียนหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการควบคู่กับ Cambridge International Primary Programme ครบทุกวิชาตั้งแต่ ป.1–ป.6 โดยมีการสอบวัดผลทั้งของไทย (RT, NT, O-NET) และของ Cambridge (Phonics, STAR, Checkpoint)
การเรียนเน้นให้เด็ก ๆ ลงมือทำโครงงานผ่าน STEAM Project-Based Learning โดยใช้ Discovery Education STEM Connect จากอังกฤษ พร้อมนำศิลปะมาเชื่อมกับการเรียนรู้ผ่าน Art Integration จากอเมริกา และเมื่อขึ้น ป.4 จะเริ่มเรียนภาษาจีนเป็นภาษาที่สาม และอีกเรื่องที่หลายบ้านน่าจะถูกใจ ก็คือ โรงเรียนกำหนดการบ้านไม่เกิน 30 นาทีต่อวัน เพื่อให้ลูกยังมีเวลาเล่นและทำกิจกรรมอื่นหลังเลิกเรียนค่ะ
สำหรับโปรแกรม ISP ระดับประถม โรงเรียนจะเริ่มเปิดในปีการศึกษา 2570 โดยรับชั้น ป.3 และ ป.5 ก่อน แล้วขยายให้ครบ ป.3–ป.6 ในปีการศึกษา 2571

ระดับมัธยมศึกษา (Secondary / High School)
ช่วง ม.ต้น ทั้ง SP และ ISP เน้นให้เด็ก ๆ ได้ค้นหาตัวเอง (Self-Discovery) ผ่านการลองเรียนรู้หลายด้าน ก่อนนำสิ่งที่ชอบและถนัดไปวางเป้าหมายในช่วง ม.ปลาย โดยมีทั้งวิชาหลักและวิชาเลือกกว่า 40 วิชา สอนเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ครอบคลุมตั้งแต่การเงิน นวัตกรรม AI และสถาปัตยกรรม ไปจนถึงการทำภาพยนตร์ ศิลปะการแสดง ดนตรี การออกแบบผลิตภัณฑ์ การทำอาหาร และไตรกีฬา
สำหรับ ISP ประมาณ 2 ใน 3 ของคาบเรียนทั้งหมดจะเรียนเป็นภาษาอังกฤษ และมีวิชาปรับพื้นฐานภาษาไทย (Thai Literacy Fundamental) ด้วย โดยตั้งเป้าให้เด็กทุกคนมีทักษะภาษาอังกฤษอย่างน้อยระดับ CEFR B2 หรือเทียบเท่า IELTS 6 ภายใน ม.3
เมื่อเข้าสู่ระดับมัธยมปลาย LSP ใช้แนวคิด Individual Learning Pathway ให้เด็ก ๆ วางเส้นทางการเรียนตามเป้าหมาย แทนการแบ่งสายวิทย์–ศิลป์–ภาษาแบบเดิม โดยมี 4 Career Tracks ให้เลือก ได้แก่ General Health Sciences; Engineering & Technology; Business, Social Sciences & 3rd Language; และ Commercial Arts โดยมีทีมแนะแนวจาก TCASter และ EduSmith จะช่วยให้คำแนะนำเรื่องคณะ มหาวิทยาลัย และอาชีพที่สนใจ แล้วนำเป้าหมายมาวางเป็นแผนรายบุคคล (IDP) เพื่อให้เด็ก ๆ รู้ว่าต้องเตรียมตัวด้านไหนบ้าง
ส่วนการเตรียมสอบ มีคอร์สจาก OnDemand และ Ignite เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ IELTS และ SAT รวมถึงการสอบจำลองและฝึกสัมภาษณ์ ทั้งหมดรวมอยู่ในค่าเทอมแล้ว ช่วยให้เริ่มเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยล่วงหน้าได้ 1–2 ปี
สำหรับคนที่อยากเรียนต่อหลักสูตรนานาชาติหรือมหาวิทยาลัยต่างประเทศ ยังมี ISP Individual Pathway ให้เลือก ทั้ง AP (Advanced Placement) Programme และ ISP Dual Diploma Programme
โปรแกรม Dual Diploma เป็นการเรียนควบคู่กันสองหลักสูตร เมื่อจบแล้วจะได้รับวุฒิจากทั้ง LSP School และ Washington Academy สหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับการรับรองจาก NEASC ค่ะ


สิ่งอำนวยความสะดวกและกิจกรรมเสริม
ภายในโรงเรียนมีพื้นที่สำหรับการเรียนรู้หลากหลาย ทั้งห้องแล็บวิทยาศาสตร์ ห้อง ICT ห้องศิลปะ ห้องดนตรีเก็บเสียง สตูดิโอเต้น และห้องสมุด 2 แห่งที่แยกตามช่วงวัย
ส่วนพื้นที่กีฬาและกิจกรรม มีโรงยิมในร่ม หอประชุม 500 ที่นั่ง ลู่วิ่ง 400 เมตร สนามฟุตบอล และสระว่ายน้ำ 3 สระ ทั้งขนาดโอลิมปิก สระมาตรฐาน และสระเด็ก โดยสนามเด็กเล่นและพื้นที่กิจกรรมจะแยกตามวัย ให้เด็กเล็กมีพื้นที่เล่นที่เหมาะกับตัวเอง นอกจากนี้ ยังมีแปลงผักและนาข้าวให้เด็กประถมได้ลองปลูกและเรียนรู้จากการลงมือทำจริงด้วย
กิจกรรมและชมรมมีให้เลือกตามความสนใจ ทั้งดนตรี ศิลปะ โขน และ School Band ส่วนด้านกีฬามี LSP Sports Academy ซึ่งเป็นสมาชิก BISAL ลีกกีฬาระหว่างโรงเรียนนานาชาติ นอกจากนี้เด็ก ๆ ยังได้ออกไปเรียนรู้นอกโรงเรียนผ่านทัศนศึกษาแบบไปเช้าเย็นกลับ (Day Trip) สำหรับ ป.1–3 และทริปค้างคืน (Residential Trip) สำหรับ ป.4–6 เพื่อฝึกทักษะชีวิตและเพิ่มความมั่นใจผ่านประสบการณ์ใหม่ๆ




LSP School ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับครอบครัวที่อยากให้ลูกมีพื้นฐานวิชาการและภาษาอังกฤษที่ดี พร้อมมีโอกาสลองทำสิ่งต่างๆ เพื่อค้นหาความชอบของตัวเอง โดยเฉพาะบ้านที่อยากให้ลูกค่อยๆ วางแผนอนาคตและเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยอย่างเป็นขั้นตอน มีทางเลือกเรียนต่อทั้งในไทยและต่างประเทศ และได้เรียนรู้อย่างมีความสุขไปพร้อมกันค่ะ



