เด็กที่มีความสุขที่สุดในโลกอยู่ประเทศไหน?

UNICEF จัดอันดับ 25 ประเทศที่เด็กมีความเป็นอยู่ดีที่สุด (แล้วบ้านเราล่ะ?)
แม่ ๆ พ่อ ๆ เคยคุยกันไหมคะว่า
“ถ้าอยากให้ลูกโตมาแบบมีความสุขจริง ๆ เราควรดูตัวอย่างจากประเทศไหน?”
ล่าสุดลงทุนมัมไปเจอรายงานของ UNICEF ที่เขาจัดอันดับ 25 ประเทศที่เด็กมีความเป็นอยู่ดีที่สุดในโลก (::ซึ่งเลือกจาก 43 ประเทศในกลุ่ม OECD และ EU นะคะ)
เกณฑ์ในการวัดจะดูจาก 3 เรื่องหลัก ๆ เลยค่ะ คือ
1) สุขภาพจิต
2) สุขภาพกาย
3) ทักษะและสมรรถนะ
ปรากฏว่าผลที่ออกมา ประเทศเศรษฐกิจใหญ่อย่างอเมริกา ไม่ติดอันดับเลยค่ะ!
แต่ประเทศที่ติด Top 3 กลับเป็น “เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก และฝรั่งเศส” และถ้าดูรายชื่อทั้งหมด จะเห็นว่าประเทศยุโรปติดอันดับเยอะมาก มาลองดูกันว่ามีประเทศไหนกันบ้างนะคะ
25 อันดับประเทศที่เด็กมีความสุขที่สุดในโลก ได้แก่
- เนเธอร์แลนด์
- เดนมาร์ก
- ฝรั่งเศส
- โปรตุเกส
- ไอร์แลนด์
- สวิตเซอร์แลนด์
- สเปน
- โครเอเชีย
- อิตาลี
- สวีเดน
- ฮังการี
- ออสเตรีย
- สโลวีเนีย
- ญี่ปุ่น
- ลิทัวเนีย
- โรมาเนีย
- ฟินแลนด์
- เช็กเกีย
- แคนาดา
- สโลวาเกีย
- สหราชอาณาจักร
- ไอซ์แลนด์
- ลัตเวีย
- กรีซ
- เยอรมนี
จากรายงานนี้เราสังเกตได้ว่า
- ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, สโลวีเนีย เด็กเรียนเก่ง ทักษะดี แต่สุขภาพจิตต่ำ
- บัลแกเรีย, โครเอเชีย, ฮังการี, โรมาเนีย, สโลวาเกีย เด็กสุขภาพจิตดี แต่สุขภาพกายไม่ค่อยโอเค
- เช็กเกีย, ไอซ์แลนด์ เด็กสุขภาพกายดี แต่สุขภาพจิตกับทักษะยังไม่สุด
แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพ่อแม่ไทยอย่างเรา?
ลงทุนมัมว่า…
บางทีเราอาจจะโฟกัสเรื่องเรียน เรื่องสอบ เรื่องกิจกรรมเยอะไปหน่อย จนลืมดูแล “ความสุข” ของลูกในชีวิตประจำวัน
ประเทศที่เด็กมีความสุขที่สุด เขาให้ความสำคัญกับ “สมดุลชีวิต” เด็กได้เล่น ได้พัก ได้ใช้เวลากับครอบครัว มีเวลาว่าง ไม่ต้องเร่งรีบตลอดเวลา
ลองถามตัวเองดูค่ะ
- วันนี้ลูกเราได้หัวเราะกับเราเยอะพอไหม?
- ได้ออกไปวิ่งเล่น ได้นอนหลับเต็มอิ่มหรือเปล่า?
- เราเคยถามลูกไหมว่า “หนูมีความสุขไหม?”
- เราเคยให้ลูกได้ลองผิดลองถูกเองบ้างหรือยัง?
ลงทุนมัมเชื่อว่า “ความสุข” ของลูก ไม่ได้มาจากแค่คะแนนสอบหรือรางวัล แต่คือการที่เขาได้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เข้าใจและสนับสนุนเขาจริง ๆ ซึ่งในส่วนนี้ต้องเป็นองค์ประกอบร่วมกันระหว่างบ้านและโรงเรียน เพราะโรงเรียนเองก็มีส่วนสำคัญกับความสมดุลของลูกไม่น้อยเลยทีเดียว
คุณพ่อ คุณแม่ หลายคนอาจจะคิดเหมือนลงทุนมัมว่า
“ต่อให้เราตั้งใจดูแลลูกที่บ้านดีแค่ไหน แต่ถ้าโรงเรียนที่ลูกไปใช้ชีวิตทุกวัน ไม่ได้เอื้อให้เด็กมีความสุขหรือสมดุล ชีวิตลูกก็อาจจะเครียดหรือกดดันเกินไปได้เหมือนกัน”
จริง ๆ แล้ว “โรงเรียน” มีบทบาทสำคัญมากกับความสุขและความสมดุลของลูก
เพราะลูกใช้เวลาในโรงเรียนเกินครึ่งวันของชีวิต
สิ่งที่โรงเรียนเลือกให้เด็ก ไม่ว่าจะเป็น
- หลักสูตรการเรียน (เข้มข้นแค่ไหน เน้นท่องจำหรือเน้นคิด วิเคราะห์ ลงมือทำ)
- บรรยากาศการเรียน (ครูเข้าใจเด็กไหม เด็กกล้าถาม กล้าคิด กล้าลองผิดลองถูกหรือเปล่า)
- สังคมในโรงเรียน (เพื่อน ๆ เป็นยังไง มีการแข่งขันสูงไปไหม หรือช่วยเหลือกัน มีความอบอุ่น)
ทั้งหมดนี้มีผลกับ “ความสุข” และ “สมดุลชีวิต” ของลูกมาก ๆ
ลงทุนมัมสังเกตว่า โรงเรียนในประเทศที่เด็กมีความสุขที่สุด มักจะ
- ไม่เน้นเรียนหนักหรือสอบเยอะเกินไป
- ให้เด็กได้เล่น ได้ออกกำลังกาย
- มีเวลาว่างให้เด็กได้ค้นหาตัวเอง
- ครูและโรงเรียนให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตเด็ก
- สังคมในโรงเรียนไม่กดดันจนเกินไป
เพราะฉะนั้น เวลาพ่อแม่เลือกโรงเรียนให้ลูก
ลองดูมากกว่าแค่ชื่อเสียงหรือผลสอบนะคะ
ถามตัวเองว่า
- โรงเรียนนี้ “สร้างสมดุล” ให้ลูกเราได้ไหม?
- เด็ก ๆ ที่นี่ดูมีความสุขไหม?
- โรงเรียนเปิดโอกาสให้ลูกได้ลอง ได้เล่น ได้ใช้ชีวิตจริง ๆ หรือเปล่า?
ลงทุนมัมเชื่อว่า ถ้าโรงเรียนกับบ้านช่วยกันสร้าง “สมดุล” ให้ลูก
ลูกเราก็จะเติบโตอย่างมีความสุขและพร้อมรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงค่ะ
สุดท้ายนี้…
อยากชวนแม่ ๆ พ่อ ๆ อย่างเพียงมองแค่เรื่อง “ความสำเร็จ” แล้วหันมาให้ความสำคัญกับ “ความสุข” ของลูกในทุกวัน
เพราะการลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับลูก อาจไม่ใช่แค่เรื่องการศึกษา แต่คือการสร้าง “ชีวิตที่สมดุลและมีความสุข” ให้กับเขาค่ะ
แม่ ๆ พ่อ ๆ มีเทคนิคอะไรที่ทำให้ลูกมีความสุขในบ้าน แชร์กันได้นะคะ
=============
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของ ลงทุนมัม ได้ที่
FB: http://www.facebook.com/longtunmom/
Website: https://www.longtunmom.com
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCtmKu2CuSFh8-5UQZORg80Q
