เลือกโรงเรียนให้เหมาะกับลูก ลงทุนให้เหมาะกับครอบครัว

ยิ่งใช้ AI ลูกจะยิ่งโง่!

ยิ่งใช้ AI ลูกจะยิ่งโง่! ประโยคนี้ฟังดูแรงไปไหมคะ? แต่ลงทุนมัมเชื่อว่าหลายบ้านคงเคยได้ยินหรือแอบคิดในใจบ้างเหมือนกัน โดยเฉพาะในยุคที่ Generative AI อย่าง ChatGPT หรือ Gemini กลายเป็นผู้ช่วยคนเก่งของทั้งพ่อแม่และลูก ๆ ไปแล้ว เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แค่เด็กโตนะคะ เด็กอนุบาลบางคนยังรู้จัก ChatGPT เลย! ลงทุนมัม เองก็ยอมรับค่ะว่า AI ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะมาก ลูก ๆ ทำการบ้านไวขึ้น หาข้อมูลก็สะดวก แม่เองก็ไม่ต้องนั่งช่วยติวหรือหาคำตอบให้ลูกเหมือนเมื่อก่อน ทุกอย่างดูจะสะดวกสบายไปหมด แต่ความสะดวกนี้เองที่บางทีก็ทำให้เราต้องหยุดคิดเหมือนกันว่า […]

ยิ่งใช้ AI ลูกจะยิ่งโง่!

ยิ่งใช้ AI ลูกจะยิ่งโง่!

ประโยคนี้ฟังดูแรงไปไหมคะ? แต่ลงทุนมัมเชื่อว่าหลายบ้านคงเคยได้ยินหรือแอบคิดในใจบ้างเหมือนกัน โดยเฉพาะในยุคที่ Generative AI อย่าง ChatGPT หรือ Gemini กลายเป็นผู้ช่วยคนเก่งของทั้งพ่อแม่และลูก ๆ ไปแล้ว เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แค่เด็กโตนะคะ เด็กอนุบาลบางคนยังรู้จัก ChatGPT เลย!

ลงทุนมัม เองก็ยอมรับค่ะว่า AI ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะมาก ลูก ๆ ทำการบ้านไวขึ้น หาข้อมูลก็สะดวก แม่เองก็ไม่ต้องนั่งช่วยติวหรือหาคำตอบให้ลูกเหมือนเมื่อก่อน ทุกอย่างดูจะสะดวกสบายไปหมด

แต่ความสะดวกนี้เองที่บางทีก็ทำให้เราต้องหยุดคิดเหมือนกันว่า “แล้วทักษะสำคัญบางอย่างของลูกจะหายไปไหม?”
เพราะล่าสุดลงทุนมัมไปอ่านเจองานวิจัยของ MIT Media Lab (อ้างอิงจากบทความใน TIME ด้วยค่ะ) เขาทดลองให้คนอายุ 18-39 ปี เขียนเรียงความ โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่ใช้ ChatGPT, กลุ่มที่ใช้ Google Search และกลุ่มที่เขียนเองแบบไม่ใช้เครื่องมืออะไรเลย ผลที่ออกมานี่ทำให้เราตกใจเลยค่ะ เพราะกลุ่มที่ใช้ ChatGPT สมองทำงานน้อยที่สุด ทั้งเรื่องการคิด การใช้ภาษา หรือแม้แต่พฤติกรรม พอใช้ไปนาน ๆ คนก็ยิ่ง “ขี้เกียจคิด” มากขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายก็แค่ copy-paste คำตอบจาก AI มาส่ง ครูที่ตรวจเรียงความยังบอกเลยว่างานที่ได้มัน “ไร้จิตวิญญาณ” ฟังแล้วก็แอบใจหายนะคะ

ในขณะที่กลุ่มที่เขียนเอง หรือแม้แต่กลุ่มที่ใช้ Google Search สมองเค้ายังทำงานเยอะกว่ามาก โดยเฉพาะกลุ่มที่เขียนเองนี่สมองเชื่อมต่อกันดีสุด ๆ แสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ ความจำ และการประมวลผลข้อมูลที่ดีกว่าเยอะเลยค่ะ MIT ถึงกับตั้งชื่อปรากฏการณ์นี้ว่า “Cognitive Debt” หรือ “หนี้สมอง” คือสมองขาดการฝึกคิด ฝึกเรียบเรียง และการจำระยะยาว แม้งานจะออกมาดูดีเพราะใช้ AI ช่วย แต่สมองไม่ได้พัฒนา

นักจิตแพทย์ก็เสริมอีกว่า เด็กที่ใช้ AI แทนการคิดเอง อาจเสียโอกาสในการสร้างความจำ ทักษะการแก้ปัญหา และความยืดหยุ่นทางจิตใจ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้และการใช้ชีวิตในอนาคตเลยนะ

ลงทุนมัมเชื่อว่าหลายบ้านคงรู้สึกสับสนเหมือนกันใช่ไหมคะ? ถ้าไม่ให้ลูกใช้ AI เลย กลัวจะตามเพื่อนไม่ทัน แต่ถ้าใช้มากไปก็กลัวลูกจะขาดทักษะสำคัญที่ต้องใช้ในชีวิตจริง

สำหรับโรงเรียนนานาชาติในไทยเอง หลายแห่งก็เริ่มนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนแล้ว บางโรงเรียนมีคลาสสอนให้เด็กใช้ AI อย่างสร้างสรรค์ เช่น ให้เด็กลองใช้ ChatGPT ช่วย brainstorm ไอเดีย หรือฝึกตั้งคำถามกับ AI บางที่ก็มีโปรเจกต์ให้เด็ก ๆ ทดลองใช้ AI ทำงานกลุ่มหรือค้นคว้าข้อมูล ฟังดูทันสมัยและน่าตื่นเต้นมาก ๆ เลยใช่ไหมคะ?

แต่ในฐานะพ่อแม่ ลงทุนมัมอยากชวนคุยและแบ่งปันแนวทางที่คิดว่าน่าจะช่วยให้ลูกใช้ AI ได้อย่างฉลาดและปลอดภัยค่ะ
สิ่งแรกที่ลงทุนมัมอยากเน้นย้ำเสมอเวลาคุยกับลูกก็คือ ให้ลูกเข้าใจว่า AI เป็นแค่ “เครื่องมือ” ไม่ใช่ “เจ้าของงาน” หรือ “เจ้าของความคิด” ของเรา การใช้ AI เหมือนมีผู้ช่วยที่เก่งมากอยู่ข้าง ๆ แต่สุดท้ายแล้ว คนที่ต้องคิดและตัดสินใจจริง ๆ ก็คือตัวลูกเอง

เวลาลูกอยากใช้ AI ช่วยหาข้อมูลหรือ brainstorm อะไรบางอย่าง ลงทุนมัมจะชวนลูกตั้งคำถามกับ AI แล้วให้ลูกเป็นคนสรุปและเรียบเรียงเนื้อหาด้วยตัวเอง ไม่ใช่แค่ copy คำตอบมาใช้ทันที เพราะอยากให้ลูกได้ฝึกคิด ฝึกจับประเด็น และฝึกเรียบเรียงความคิดของตัวเองอยู่เสมอ อีกเรื่องที่สำคัญมากคือ ลงทุนมัมจะเน้นย้ำกับลูกเสมอว่า ข้อมูลที่ได้จาก AI ไม่ใช่ทุกอย่างจะถูกต้องหมด ลูกต้องรู้จักตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง และเรียนรู้ว่าควรเชื่อถือแหล่งไหนบ้าง ลงทุนมัมชอบชวนลูกไปค้นคว้าต่อจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เช่น เว็บไซต์วิชาการ หนังสือ หรือถามคุณครู เพื่อให้ลูกเห็นว่าการหาความรู้ต้องอาศัยหลายแหล่ง ไม่ใช่แค่พึ่ง AI อย่างเดียว

เวลาลูกมีการบ้านหรือโปรเจกต์ ลงทุนมัมจะให้ลูกลองคิดเองหรือเขียนเองก่อนเสมอ ถ้าติดหรือไม่มั่นใจค่อยใช้ AI ช่วยตรวจทานหรือเสริมไอเดียเพิ่มเติม วิธีนี้ช่วยให้ลูกได้ฝึกกระบวนการคิดของตัวเองก่อน แล้วค่อยใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยในขั้นตอนสุดท้าย

สุดท้ายนี้ ลงทุนมัมจะคอยสังเกตพฤติกรรมลูกอยู่เสมอ ถ้าเห็นว่าลูกเริ่มขี้เกียจคิดเอง หรือเริ่มพึ่ง AI มากเกินไป ก็จะคุยกับลูกตรง ๆ และอาจเบรกการใช้ AI ชั่วคราว เพื่อให้ลูกกลับมาฝึกคิด ฝึกเขียน และฝึกแก้ปัญหาด้วยตัวเองอีกครั้ง

ทั้งหมดนี้ ลงทุนมัมเชื่อว่าจะช่วยให้ลูก ๆ ของเราสามารถใช้ AI ได้อย่างฉลาด มีทักษะคิดวิเคราะห์ และไม่เสียโอกาสในการพัฒนาสมองและความคิดของตัวเองในระยะยาวค่ะ
เพื่อน ๆ ที่อ่านบทความนี้แล้ว คิดยังไงกันบ้าง ลูก ๆ ได้ใช้ ChatGPT ทำอะไรแค่ไหน มาแชร์กันหน่อยนะคะ

Ref:
MIT Media Lab: Your Brain on ChatGPT
TIME: AI, ChatGPT, Google, and Learning

=============

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของ ลงทุนมัม ได้ที่

FB: http://www.facebook.com/longtunmom/

Website: https://www.longtunmom.com

Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCtmKu2CuSFh8-5UQZORg80Q

หัวข้อบทความ
อยากรู้ว่าหลักสูตรไหนเหมาะกับลูก

คอร์สออนไลน์อธิบายวิธีเทียบ British, American และ IB แบบเป็นขั้นตอน ส่วนถ้าอยากให้ช่วยดูเป็นรายกรณี ทัก LINE มาคุยกันได้

บทความล่าสุด

Top 10 มหาวิทยาลัยอเมริกาปี 2027

ถ้าพูดถึงระบบการศึกษาที่ขึ้นชื่อเรื่องความยืดหยุ่น และเปิดกว้างให้เด็กๆ ได้ลองค้นหาความชอบของตัวเองได้อย่างไร้ขีดจำกัด “ประเทศสหรัฐอเมริกา” คือคำตอบยืนหนึ่งที่หลายครอบครัวใฝ่ฝันค่ะ เพราะที่นี่ไม่ได้มองแค่ความเก่งกาจในตำรา แต่เน้นการหล่อหลอมให้เด็กมีทักษะการคิดวิเคราะห์ ความเป็นผู้นำ และสร้าง Connection ระดับ Global ที่จะติดตัวลูกไปตลอดชีวิต ความพิเศษของมหาวิทยาลัยในอเมริกาที่ต่างจากฝั่งอังกฤษอย่างชัดเจนคือ ลูกสามารถเข้าไปเรียนเพื่อสำรวจวิชาที่หลากหลายก่อน แล้วค่อยตัดสินใจเลือก “คณะหรือวิชาเอก (Major)” ที่ใช่จริงๆ ตอนขึ้นปี 2 ค่ะ ซึ่งตอบโจทย์เด็กยุคใหม่มากๆ ระบบ Flat-rate Tuition คืออะไร? สิ่งหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบคือ มหาวิทยาลัยท็อปของอเมริกาส่วนใหญ่ใช้ระบบคิดค่าเทอมแบบ “Flat-rate Tuition” (อัตราเดียวเหมาจ่าย) ค่ะ หมายความว่า ไม่ว่าลูกเราจะเลือกเรียนคณะไหน จะสายวิศวกรรมศาสตร์สุดหิน หรือสายบริหารธุรกิจ ก็จะ “จ่ายค่าเล่าเรียนในราคาเท่ากันทุกสาขาวิชา” และสามารถลงเรียนกี่วิชาก็ได้ (ตามจำนวนหน่วยกิตที่มหาวิทยาลัยกำหนด เช่น ช่วง 12-18 หน่วยกิต) โดยไม่ต้องมานั่งจ่ายเงินเพิ่มเป็นรายวิชา (Per-credit) ให้ปวดหัวเลยค่ะ! ระบบนี้เริ่มใช้ตั้งแต่เมื่อไหร่? จริงๆ แล้วระบบเหมาจ่ายอัตราเดียวเป็นมาตรฐานที่ฝังรากลึกมาหลายทศวรรษในกลุ่มมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำและ Ivy League ของอเมริกา (ตั้งแต่ช่วงกลางศตวรรษที่ […]

แจกพิกัด! List of International School Scholarships 2026

วางแพลนให้ลูกเข้าอินเตอร์ทั้งที ลองแวะส่องทุน (Scholarship) ของแต่ละโรงเรียนกันด้วยน้าเรามัดรวมลิสต์โรงเรียนที่มีแจกทุนปี 2026 มาให้แล้วค่ะ ลองเลือกดูเพื่อใช้เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจกันได้เลยค่า

ส่องค่าเทอมโรงเรียนนานาชาติหลักสูตร US ระดับชั้น G1 ปี 2026

เรื่องหนึ่งที่พ่อแม่แทบทุกบ้านต้องขบคิดหนักตอนวางแผนส่งลูกเข้าเรียนอินเตอร์ คือ “ค่าเล่าเรียน” เพราะการเลือกโรงเรียนไม่ได้จบแค่คำถามว่าหลักสูตรดีไหม ครูสอนเก่งหรือเปล่า แต่ยังมีเรื่องงบประมาณที่ต้องแบกรับต่อเนื่องกันไปหลายปี สำหรับปีการศึกษา 2026–2027 ค่าเทอมของโรงเรียนนานาชาติหลักสูตรอเมริกันในไทยยังคงมีช่วงราคาที่กว้างมาก ตั้งแต่ระดับหลักแสนปลายๆ ไปจนถึงหลักล้านต่อปี ความต่างของราคานี้สะท้อนหลายปัจจัยประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพการสอน มาตรฐานสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโรงเรียน ขนาดของห้องเรียน ไปจนถึงสภาพแวดล้อมโดยรวมที่แต่ละแห่งมอบให้นักเรียน หลายครอบครัวที่กำลังมองหาโรงเรียนให้ลูกเข้า Grade 1 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของเส้นทางการศึกษา คงอยากรู้ตัวเลขค่าเทอมของแต่ละโรงเรียนแบบชัดๆ ลงทุนมัมจึงรวบรวมข้อมูล Top 10 ค่าเทอม Grade 1 ล่าสุดมาให้ดูกันค่ะ Top 10 ค่าเทอม Grade 1 หลักสูตรอเมริกัน ปี 2026-2027 เห็นตัวเลขแบบนี้แล้ว หลายครอบครัวอาจต้องกลับไปนั่งทบทวนแผนการเงินกันใหม่อีกรอบ แล้วจะตัดสินใจเลือกโรงเรียนอย่างไรดี? หัวใจสำคัญคือการเลือกให้สอดคล้องกับกำลังทรัพย์ของครอบครัว และเส้นทางการศึกษาที่วางไว้ให้ลูกในระยะยาว เพราะโรงเรียนที่ค่าเทอมแพงที่สุด ไม่ได้แปลว่าจะเหมาะกับลูกเราที่สุดเสมอไปค่ะ

@longtunmom Facebook Youtube Tiktok Instagram